Home
นักลงทุนสัมพันธ์

นักลงทุนสัมพันธ์
ข้อมูลนักลงทุน
การนำเสนอข้อมูลธุรกิจของบริษัท
ข้อมูลสำคัญทางการเงิน
สถิติปริมาณจราจรและรายได้ค่าผ่านทาง
โครงสร้างทางการเงิน
ข้อมูลเงินลงทุน
ข้อมูลราคาหุ้น
ข้อมูลเกี่ยวกับเงินปันผล
การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
ข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่
งบการเงิน
คำอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานและฐานะการเงิน
รายงานประจำปี
แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี(56-1)
รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์
หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น
รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น
ปฏิทินนักลงทุน
มุมนักลงทุน
คำถามนักลงทุน
ติดต่อนักวิเคราะห์หลักทรัพย์
ขนาดตัวอักษร :
ลงทะเบียนรับข่าวสาร/Member Registration
มุมนักลงทุน
Q 1. อยากทราบจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ว่ามีเท่าไหร่
A ท่านสามารถตรวจสอบการถือหุ้นได้ 2 วิธี คือ
  1. กรณีที่ท่านมีบัญชีซื้อขายหุ้นกับบริษัทหลักทรัพย์ (Scriptless) ท่านสามารถตรวจสอบจำนวนหุ้นได้กับบริษัทหลักทรัพย์นั้น ๆ
  2. กรณีที่มีใบหุ้น ท่านสามารถตรวจสอบจำนวนหุ้นได้กับนายทะเบียนของบริษัท คือ บจก.ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯ (TSD) ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ หรือ โทร. 02-229-2888
Q 2. ต้องการโอนหุ้นจะต้องทำอย่างไร
A หากท่านต้องการจดทะเบียนโอนหุ้นให้กับผู้อื่น ท่านสามารถยื่นคำขอโอนหุ้นได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ที่ท่านเป็นลูกค้าอยู่หรือยื่นที่นายทะเบียนของบริษัท พร้อมแนบเอกสารดังต่อไปนี้
  1. แบบคำขอลงทะเบียนรับโอนหุ้นที่ นายทะเบียนของบริษัท (TSD) กำหนด
  2. ใบหุ้นที่ต้องการโอน ซึ่งผู้โอนและผู้รับโอนได้ลงนามด้านหลังใบหุ้น
  3. เอกสารประกอบเพิ่มเติมตามแต่กรณี(โปรดดูเรื่องเอกสารประกอบที่ใช้ในการติดต่อ TSD)
โดย
  1. ผู้โอนหลักทรัพย์ลงนามสลักหลังใบหลักทรัพย์ในช่องผู้โอน
  2. ผู้รับโอนหลักทรัพย์ลงนามสลักหลังใบหลักทรัพย์ในช่องผู้รับโอน
  3. ผู้รับโอนหลักทรัพย์ดำเนินการกรอกแบบฟอร์มการขอลงทะเบียนรับโอนหลักทรัพย์ พร้อมแนบใบหลักทรัพย์ที่มีการสลักหลังลงนามทั้งผู้โอนและผู้รับโอน และแนบเอกสารสำเนาบัตรประชาชนของ ผู้โอนและผู้รับโอนพร้อมลงนามรับรองความถูกต้องโดยเจ้าของบัตร
Q 3. ผู้โอนหรือผู้รับโอนต้องมาดำเนินการเองหรือไม่ / การมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนต้องทำอย่างไร
A ผู้โอนหรือผู้รับโอนไม่จำเป็นต้องมาดำเนินการเอง อาจมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาแทนได้ โดยผู้รับมอบอำนาจต้องเตรียม เอกสารมาดังนี้
  1. หนังสือมอบอำนาจ ที่ระบุความรับผิดชอบที่ต้องการมอบอำนาจ และมีอายุไม่เกิน 1 ปีจนถึงวันที่ยื่นเอกสาร
  2. หากยื่นสำเนาหนังสือมอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจต้องลงนามรับรอง พร้อมจัดทำหนังสือรับรองความเสียหาย ตามแบบที่ นายทะเบียนของบริษัท (TSD) กำหนด
Q 4. เช็คเงินปันผล หรือ ใบหุ้นหายจะต้องทำอย่างไร
A ติดต่อ นายทะเบียนของบริษัท เพื่อขอรายละเอียดของเช็คเงินปันผลหรือใบหุ้นฉบับที่สูญหาย และนำรายละเอียด ดังกล่าวนั้นไปแจ้งความ พร้อมนำใบแจ้งความมาติดต่อขอออกเช็คเงินปันผล/หรือใบหุ้นฉบับใหม่ เพื่อจัดทำแบบคำขอออกใบหลักทรัพย์ใหม่แทนใบหลักทรัพย์ที่สูญหาย และยื่นหลักฐาน ณ เคาน์เตอร์ TSD พร้อมแนบเอกสารดังต่อไปนี้
  1. แบบคำขอออกเช็คเงินปันผลหรือใบหุ้นฉบับใหม่แทนฉบับที่สูญหาย
  2. บันทึกแจ้งความของสถานีตำรวจ ระบุชื่อผู้ถือหุ้น เลขที่ใบหุ้น และจำนวนหุ้น ซึ่งรายละเอียด ดังกล่าวสามารถสอบถามได้ที่ บจก.ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ โทร. 02-229-2888
  3. เอกสารประกอบเพิ่มเติมตามแต่กรณี พร้อมลงนามรับรองความถูกต้อง (โปรดดูเรื่องเอกสารประกอบที่ใช้ในการติดต่อ TSD)
Q 5. ขอแก้ไขเช็คเงินปันผลได้อย่างไร
A ท่านสามารถแจ้งขอแก้ไขเช็คเงินปันผล/ดอกเบี้ย ต่อนายทะเบียนของบริษัท (TSD) ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ หรือ โทร. 02-229-2888 โดยยื่นหลักฐานเอกสารดังนี้
  1. หนังสือแจ้งขอแก้ไขเช็คเงินปันผล/ดอกเบี้ย
  2. เช็คเงินปันผล/ดอกเบี้ยฉบับเดิม
  3. คำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก (กรณีสั่งจ่ายผู้จัดการมรดก)
  4. เอกสารประกอบเพิ่มเติมตามแต่กรณี (โปรดดูเรื่องเอกสารประกอบที่ใช้ในการติดต่อ TSD)
Q 6. ใบหุ้นที่มีอยู่ชำรุด จะทำอย่างไร
A ในกรณีที่ใบหุ้นที่มีอยู่เกิดการชำรุดหรือลบเลือนในสาระสำคัญ (คงเหลือสาระสำคัญในใบหุ้นสำหรับการตรวจสอบ 50%) ท่านสามารถขอออกใบหุ้นใหม่แทนใบหุ้นเดิมที่ชำรุด โดยยื่นหลักฐานดังนี้
  1. แบบคำขอออกใบหุ้นใหม่แทนใบหุ้นเดิมที่ชำรุด
  2. ใบหุ้นที่ชำรุด
  3. เอกสารประกอบเพิ่มเติมตามแต่กรณี (โปรดดูเรื่องเอกสารประกอบที่ใช้ในการติดต่อ TSD)
Q 7. ติดต่อรับเอกสารตีคืน (เช็คเงินปันผลหรือใบหุ้นที่จัดส่งทางไปรษณีย์) ได้อย่างไร
A ท่านสามารถตรวจสอบเอกสารตีคืนกับเจ้าหน้าที่ TSD หากตรวจสอบพบว่า มีใบหุ้นหรือเช็คตีคืนกลับไปยัง นายทะเบียนของบริษัท (TSD) ท่านสามารถติดต่อขอรับได้ ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ หรือ โทร. 02-229-2888 โดยมีวิธีการดังนี้
  1. ติดต่อด้วยตัวเองที่ TSD
  2. มอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปดำเนินการแทน
  3. ส่งเป็นหนังสือทางไปรษณีย์
ทั้งนี้ ต้องแนบเอกสารประกอบตามที่ระบุไว้ในหัวข้อเอกสารประกอบที่ใช้ในการติดต่อ TSD
Q 8. แก้ไขข้อมูลผู้ถือหุ้น (เช่น ชื่อ-สกุล / ที่อยู่) ทำอย่างไร
A ผู้ถือหุ้นประสงค์ขอแก้ไขข้อมูลผู้ถือหุ้น ได้แก่ คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล สัญชาติ และที่อยู่ สามารถยื่นแบบคำขอแก้ไข ข้อมูลผู้ถือหุ้น พร้อมแนบเอกสารประกอบตามที่ระบุไว้ในหัวข้อเอกสารประกอบที่ใช้ในการติดต่อ นายทะเบียนของบริษัท (TSD) ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ หรือ โทร. 02-229-2888 โดยสามารถ ติดต่อด้วยตัวเองที่ TSD ในวันและเวลาทำการ หรือส่งหนังสือทางไปรษณีย์แจ้งความจำนงในการแก้ไขข้อมูลพร้อมเอกสารประกอบตามที่ TSD กำหนดมายัง TSD ในกรณีที่ขอแก้ไขคำนำหน้าชื่อ ชื่อ และชื่อสกุลของผู้ถือหุ้นที่ถือใบหุ้น ผู้ถือหุ้นจะต้องนำใบหุ้นฉบับจริงมายื่นเพื่อออกใบหุ้นฉบับใหม่ด้วย
หมายเหตุ
  1. ในกรณีที่เป็นเจ้าของหุ้นที่ฝากกับ TSD โดยผ่านบริษัทหลักทรัพย์นั้น สามารถแจ้งแก้ไขข้อมูลกับบริษัทหลักทรัพย์ได้โดยตรง
  2. การแก้ไขข้อมูลจะมีผล เมื่อนายทะเบียนได้รับหนังสือไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ ก่อนวันปิดสมุดทะเบียน
  3. ที่อยู่ของผู้ถือหุ้นควรเป็นที่อยู่ที่สะดวกต่อการรับเอกสารโดยวิธีไปรษณีย์ลงทะเบียน และมิให้ระบุที่อยู่เป็นตู้ไปรษณีย์
Q 9. หากผู้ถือหุ้นเสียชีวิตจะต้องทำอย่างไร
A ก่อนอื่น ทายาทจะต้องยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อจัดตั้งผู้จัดการมรดก เมื่อศาลมีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้วให้ยื่นหลักฐานต่อนายทะเบียนของบริษัท (TSD) ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ หรือ โทร. 02-229-2888 ดังนี้
  1. แบบขอจัดการหลักทรัพย์มรดก
  2. สำเนาคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก พร้อมลงนามรับรองความถูกต้องโดยผู้จัดการมรดกทุกหน้า
  3. สำเนาใบมรณะบัตร ผู้จัดการมรดกลงนามรับรองความถูกต้อง
  4. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้จัดการมรดก พร้อมลงนามรับรองความถูกต้อง
  5. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับโอน พร้อมลงนามรับรองความถูกต้องโดย เจ้าของบัตร
  6. สำเนาบัตรประชาชนของพยานจำนวน 2 ท่าน พร้อมลงนามรับรองความถูกต้องโดยเจ้าของบัตร
  7. ใบหุ้นฉบับจริง โดยผู้จัดการมรดกลงนามในช่องผู้โอน และผู้รับโอนลงนามในช่องผู้รับโอน และจัดส่งเอกสารดังกล่าวไปต่อนายทะเบียนของบริษัท (TSD) ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
Q 10. ถ้าต้องการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร ภายหลังการสมัครบริการ e-dividend ต้องทำอย่างไร
A สามารถยื่นแบบคำขอนำเงินปันผลเข้าบัญชีธนาคารพร้อมแนบเอกสารประกอบที่ TSD กำหนด พร้อมสำเนาสมุดบัญชีที่ต้องการ ได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ที่ท่านใช้บริการ หรือ ยื่นเอกสารที่เคาท์เตอร์บริการ TSD หรือ ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนมายัง TSD ได้ตามที่อยู่ด้านล่างนี้
Q 11. ในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี
A 11.1 กรณีเงินได้จากเงินปันผล
สำหรับผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดาและมีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทยเมื่อได้รับเงินปันผล  BECLจะหักภาษี ณที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10 ผู้ถือหุ้น มีสิทธิเลือกที่จะนำเงินปันผลนั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีปลายปี หรือไม่ก็ได้ ซึ่งหากเลือกที่จะนำเงินปันผล นั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ปลายปี ผู้ถือหุ้นจะได้รับเครดิตภาษีเงินปันผลตามระเบียบของกรมสรรพากร 

สำหรับรอบปี 2551 - 2553 BECL เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ในอัตราร้อยละ 25 สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่ไม่เกิน 300 ล้านบาท และอัตราร้อยละ 30 สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่เกิน 300 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 475 ดังนั้น ผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดา จะสามารถเครดิตภาษีเงินปันผล โดยคำนวณได้ดังนี้

เครดิตภาษีเงินปันผล =
เงินปันผลที่ได้รับจากกำไรสุทธิที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 25 x (25 / (100-25))
บวก
เงินปันผลที่ได้รับจากกำไรสุทธิที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 30 x (30 / (100-30))

ทั้งนี้การเครดิตภาษีจะต้องนำเงินปันผลที่คำนวณได้บวกกลับเข้าเป็นเงินได้พึงประเมินในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และเมื่อได้จำนวนภาษีที่ต้องชำระแล้ว ให้นำเครดิตภาษี เงินปันผลและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายมาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ดังกล่าวข้างต้น จะได้เป็นภาษีที่ต้องชำระสุทธิประจำปีเพื่อนำส่งกรมสรรพากรต่อไป แต่หากภาษีที่ต้องชำระ มีจำนวนน้อยกว่าเครดิตภาษีเงินปันผลและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ผู้ถือหุ้นจะได้รับประโยชน์จากการขอคืนภาษี
ตัวอย่างเช่น

ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผล จากกำไรสุทธิ ประจำปี 2551 =   15,000     บาท  (1)
มีภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย 10% = 15,000 x 10% =    1,500            บาท (2)
เงินปันผลที่ได้รับสุทธิ =  (1) – (2)    =    13,500          บาท (3)
เงินปันผลจากกำไรสุทธิ ประจำปี 2551  
ประกอบด้วย
เงินปันผลจากกำไรสุทธิที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 25            =         2,400           บาท  
เงินปันผลจากกำไรสุทธิที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 30            =        12,600          บาท  
ขอเครดิตภาษีเงินปันผลได้ดังนี้
จากกำไรที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 25 = 2,400 x 25/75     = 800        บาท
จากกำไรที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 30 = 12,600 x 30/70   = 5,400     บาท
รวมเครดิตภาษี = 800+5,400         = 6,200     บาท (4)
กรณีผู้ถือหุ้นมีรายได้พึงประเมินประเภทอื่นหลังหักลดหย่อนแล้ว     = 491,000     บาท (5)
และมีภาษีหัก ณ ที่จ่ายระหว่างปี = 36,000       บาท (6)
ดังนั้นผู้ถือหุ้นจะมีเงินได้ก่อนภาษีทั้งสิ้น = (1) + (4) + (5)= 512,200    บาท (7)
คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เงินได้สุทธิ  1 -  150,000         บาท ได้รับยกเว้นภาษี
เงินได้สุทธิ  150,001 -  500,000        บาท เสียภาษี = 350,000 x 10% =  35,000    บาท
เงินได้สุทธิ  500,001 -1,000,000       บาท เสียภาษี =  12,200  x 20%   =   2,440   บาท
ภาษีพึงประเมิน = 35,000 + 2,440 = 37,440     บาท (8)
ภาษีที่ถูกหักไว้ก่อนหน้า =  (2) + (4) + (6)= 43,700    บาท (9)
ชำระภาษีไว้เกิน =  (9) -  (8)     = 6,260        บาท (10)
คิดเป็น เงินปันผลที่ได้รับจริง =  (3) + (10)   = 19,760      บาท

11.2 กรณีเงินได้จากดอกเบี้ยรับจากการลงทุนในหุ้นกู้
ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นกู้เป็นผู้ลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดาและมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ดอกเบี้ยที่ผู้ลงทุนได้รับจากการลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 อย่างไรก็ตามผู้ลงทุนมีสิทธิเลือกที่จะเสียภาษีในอัตราที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายดังกล่าวข้างต้น โดย

11.2.1 ไม่ต้องนำดอกเบี้ยรับจากการลงทุนในหุ้นกู้ที่ได้รับไปรวมกับเงินได้อื่น เพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซึ่งมีอัตราภาษีระหว่างร้อยละ 10 – 37 (สำหรับเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป) หรือ
11.2.2 เลือกที่จะนำดอกเบี้ยรับจากการลงทุนในหุ้นกู้ดังกล่าวไปรวมกับเงินได้อื่น แล้วคำนวณภาษี (เช่นเดียวกับดอกเบี้ยรับจากการฝากเงินที่ธนาคาร) ผู้ลงทุนสามารถนำภาษีหัก ณ ที่จ่ายข้างต้นมาเป็นเครดิตภาษีได้ โดยนำภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายดังกล่าวมาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ จึงจะได้ภาษีที่ต้องชำระสุทธิประจำปีเพื่อนำส่งกรมสรรพากรต่อไป
Q 12. การขอแก้ไข / เปลี่ยนแปลงข้อมูลการถือหุ้นกู้
A 12.1  การแก้ไขข้อมูลในทะเบียน

กรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา
1.  การแก้ไขคำนำหน้าชื่อ / ชื่อ / นามสกุล ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอดังต่อไปนี้
                1.1   แบบคำขอแก้ไขข้อมูลในทะเบียนหลักทรัพย์
                1.2   ใบหลักทรัพย์ฉบับเดิม  หรือ สมุดบัญชีแสดงสิทธิในหน่วยลงทุนเล่มเดิม และเล่มใหม่ 
(กรณีที่เป็นหน่วยลงทุนกองทุนเปิด)
                1.3    สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ   ใบต่างด้าว หรือหนังสือเดินทางของผู้ถือ
หลักทรัพย์ที่เปลี่ยนคำนำหน้าที่ชื่อ / ชื่อ / นามสกุล

    1. สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ / ชื่อ / นามสกุลที่ทางราชการออกให้ทะเบียนสมรสหรือใบสำคัญการหย่า และสำเนาทะเบียนบ้านที่ปรากฏรายการแก้ไข
    2. การแก้ไขที่อยู่ / สถานที่ติดต่อ ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอ ดังต่อไปนี้
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                2.1   แบบคำขอแก้ไขข้อมูลในทะเบียนหลักทรัพย์           
                2.2   สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ ใบต่างด้าว หรือหนังสือเดินทาง และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ถือหลักทรัพย์ที่เปลี่ยนที่อยู่

กรณีที่เป็นนิติบุคคล

1.  การแก้ไขชื่อนิติบุคคล ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอดังต่อไปนี้
    1.1   แบบคำขอแก้ไขข้อมูลในทะเบียนหลักทรัพย์  
    1.2  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือใบต่างด้าว หรือหนังสือเดินทางของผู้ลงลายมือชื่อผูกพันนิติบุคคล ในแบบคำขอแก้ไขรายการในทะเบียนหลักทรัพย์

    1. สำเนาหนังสือรับรองหรือหลักฐานการแก้ไขข้อมูลของนิติบุคคลที่ทางราชการ ออกให้ และรับรองความถูกต้องโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ

12.2  การขอออกใบหลักทรัพย์ใหม่ในกรณีที่ชำรุด สูญหาย การขอออกใบหลักทรัพย์ใหม่
กรณีที่ใบหลักทรัพย์สูญหาย  หรือถูกทำลาย  ได้แก่ ใบหุ้นกู้ พันธบัตร และกองทุนรวม ที่แต่งตั้งให้ธนาคารเป็นนายทะเบียนต้องยื่นเอกสารประกอบคำขอ ดังต่อไปนี้

1.  หนังสือขอออกใบหลักทรัพย์ใหม่ แทนใบหลักทรัพย์ที่สูญหาย
2. หลักฐานแสดงการแจ้งความต่อเจ้าพนักงานสอบสวนตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญาซึ่งมีรายละเอียดของชื่อหลักทรัพย์ ชื่อผู้ถือหลักทรัพย์เลขที่ใบหลักทรัพย์ และจำนวนหลักทรัพย์

12.3  การจดแจ้งจำนำ และการเพิกถอนการจดแจ้งจำนำ

การจดแจ้งจำนำหลักทรัพย์  ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอ ดังต่อไปนี้
1.  หนังสือขอให้จดแจ้งการจำนำหลักทรัพย์  จำนวน 2 ชุด 
2.  สำเนาภาพถ่ายใบหลักทรัพย์ที่จะจดแจ้งจำนำ หรือ สมุดบัญชีแสดงสิทธิในหน่วยลงทุน
การเพิกถอนจดแจ้งจำนำหลักทรัพย์  ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอ ดังต่อไปนี้
1.  หนังสือเพิกถอนการจดแจ้งจำนำหลักทรัพย์ จำนวน 2 ชุด
2.  สำเนาภาพถ่ายใบหลักทรัพย์ที่จะจดแจ้งจำนำ

12.4  การขอแยกใบหลักทรัพย์

ต้องยื่นเอกสารประกอบคำขอ ดังต่อไปนี้
1.  แบบคำขอแยกใบหลักทรัพย์
2.  ใบหลักทรัพย์ ที่จะดำเนินการแยก

12.5  การโอนหลักทรัพย์

1.  การโอนหลักทรัพย์ปกติ 
ผู้โอนหลักทรัพย์        จะต้องลงลายมือชื่อสลักหลังหลักทรัพย์ ในช่อง “ลงลายมือชื่อผู้โอน” พร้อมตราประทับ (ถ้ามี)
ผู้รับโอนหลักทรัพย์   ผู้รับโอนหลักทรัพย์จะต้องลงลายมือชื่อสลักหลังใบหลักทรัพย์ในช่อง “ลงลายมือชื่อ ผู้รับโอน”  และใน “แบบคำขอลงทะเบียนรับโอนหลักทรัพย์” พร้อมตราประทับ  (ถ้ามี)
กรณีมีผู้รับโอนหลายราย  ผู้โอนหลักทรัพย์ จะต้องลงลายมือชื่อสลักหลังใบหลักทรัพย์ ในช่อง“ลงลายมือชื่อผู้โอน” 1 รายต่อ 1 ช่อง พร้อมตราประทับ (ถ้ามี) ตามจำนวนผู้รับโอนหลักทรัพย์ ผู้รับโอนหลักทรัพย์แต่ละรายจะต้องลงลายมือชื่อสลักหลังใบหลักทรัพย์ ในช่อง “ลงลายมือชื่อผู้รับโอน” โดยลงลายมือชื่อผู้รับโอนหลักทรัพย์ 1 รายต่อ 1 ช่อง พร้อมตราประทับ (ถ้ามี) และใน “แบบคำขอลงทะเบียนรับโอนหลักทรัพย์” โดยแยกเป็น 1 รายต่อ 1 ฉบับ พร้อมตราประทับถ้ามี
การโอนหลักทรัพย์ทั่วไป
    1.1  แบบคำขอลงทะเบียนรับโอนหลักทรัพย์
    1.2  ใบหลักทรัพย์ของหลักทรัพย์ที่โอน
2.  การโอนหลักทรัพย์ทางมรดก 
ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอ ดังต่อไปนี้
    1.   แบบคำขอลงทะเบียนรับโอนหลักทรัพย์ ซึ่งกรอกรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญ และลงลายมือชื่อผู้รับโอน
    2.  ใบหลักทรัพย์ของหลักทรัพย์ที่จะดำเนินการโอนมรดกโดยผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลลงลายมือชื่อสลักหลังใบสำคัญในฐานะผู้โอนในช่อง “ผู้โอน” และผู้รับโอนลงลายมือชื่อสลักหลังใบสำคัญในช่อง “ผู้รับโอน ซึ่งถ้าหากผู้จัดการมรดกและผู้รับโอนเป็นบุคคลคนเดียวกันให้ลงลายมือชื่อทั้งสองช่องให้ครบถ้วน
    3.   สำเนาคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก หรือคำสั่งศาลจัดการมรดก หรือคำสั่งศาลให้เป็นคนสาบสูญซึ่งรับรองสำเนาถูกต้องโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ

การโอนหลักทรัพย์โดยคำสั่งศาล 

ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอดังต่อไปนี้
1.   แบบคำขอลงทะเบียนรับโอนหลักทรัพย์ ซึ่งกรอกรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญ และลงลายมือชื่อของผู้รับโอน
2.  ใบหลักทรัพย์ที่จะดำเนินการโอนโดยคำสั่งศาล
3.  สำเนาคำพิพากษา หรือหนังสือคำบังคับของศาลที่ถือว่าเอาคำพิพากษา หรือคำบังคับแทนการแสดงเจตนาการโอนหลักทรัพย์ของผู้โอน ซึ่งรับรองความถูกต้องโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ

การโอนหลักทรัพย์ในกรณีขายทอดตลาด 

ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอแยกเป็น 2 กรณีดังต่อไปนี้
1.  กรณีที่เป็นการขาดทอดตลาดจากการบังคับจำนำ
    1.1 แบบคำขอลงทะเบียนรับโอนหลักทรัพย์ ซึ่งกรอกรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญและลงลายมือชื่อของผู้รับโอน
    1.2 ใบหลักทรัพย์ที่จะดำเนินการโอน  เว้นแต่การบังคับจำนำกับหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับ บจก.ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ไม่ต้องยื่นใบหลักทรัพย์เป็นเอกสารประกอบคำขอ
    1.3 หนังสือบอกกล่าวการบังคับจำนำ
    1.4 หนังสือรับรองการขายทอดตลาด
2.   กรณีที่เป็นการขายทอดตลาดโดยเจ้าพนักงานตามกฎหมาย
    2.1 แบบคำขอลงทะเบียนรับโอนหลักทรัพย์ ซึ่งกรอกรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญและลงลายมือชื่อของผู้รับโอน
    2.2 ใบหลักทรัพย์ที่จะดำเนินการโอน  เว้นแต่การบังคับจำนำกับหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับ บจก.ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ไม่ต้องยื่นใบหลักทรัพย์เป็นเอกสารประกอบคำขอ
    2.3 หนังสือรับรองการขายทอดตลาดจากเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายในการดำเนินการขายทอดตลาด

12.6  แบบฟอร์มคำขอต่าง ๆ สำหรับผู้ถือหุ้นกู้

เอกสารประกอบที่ใช้ในการติดต่อ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD)

  1. แบบฟอร์มคำขอต่างๆ สำหรับผู้ถือหลักทรัพย์ (TSD)

บุคคลธรรมดา

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ
  2. หากใช้สำเนาบัตรอื่น ให้ยื่นพร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน
  3. หากท่านได้เปลี่ยนชื่อ - สกุล ให้ยื่นหลักฐานประกอบเพิ่มเติม
  4. สำเนาหน้าสมุดบัญชี ที่ปรากฏชื่อเจ้าของบัญชีเดียวกับชื่อผู้จองซื้อ (สำหรับการรับดอกเบี้ยและเงินต้น)

บุคคลต่างด้าว

  1. สำเนาใบต่างด้าวหรือหนังสือเดินทางของผู้ถือหุ้น

นิติบุคคล

  1. สำเนาหนังสือรับรองที่ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ไม่เกิน 1 ปี และ
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง ของผู้มีอำนาจลงนามของนิติบุคคล และตัวอย่างลายมือชื่อของผู้มีอำนาจลงนาม

นิติบุคคลต่างด้าว

  1. สำเนาหลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคล และตัวอย่างลายมือชื่อของผู้มีอำนาจลงนาม โดยมี Notary Public ที่สถานทูต หรือกงสุลไทยในประเทศที่นิติบุคคลนั้นตั้งอยู่รับรองไม่เกิน 1 ปี จนถึงวันยื่นเอกสาร
  2. สำเนาหนังสือเดินทาง หรือ หนังสือสำคัญแสดงตัวบุคคลของผู้มีอำนาจลงนาม

ผู้เยาว์

  1. กรณีรับโอนหุ้น ผู้เยาว์ที่มีอายุ 15 ปี ขึ้นไป สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองโดยแนบสำเนาบัตรประชาชน
  2. กรณีเป็นผู้โอนหุ้น ผู้เยาว์ที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี ให้ผู้ปกครอง (บิดาและมารดา) หรือผู้แทนโดยชอบธรรมเป็นผู้ลงนาม โดยแนบเอกสาร ดังนี้

  3. 2.1 สำเนาใบสูติบัตรหรือทะเบียนบ้านที่ปรากฏชื่อผู้เยาว์อาศัยอยู่
    2.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบิดาและมารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์
นายทะเบียนผู้ถือหุ้น บมจ.ทางด่วนกรุงเทพ
บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด  (TSD)
62 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ถนนรัชดาภิเษก เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์ : 02-229-2800
โทรสาร : 02-359-1259
Call center: 02-229-2888
Website: http://www.tsd.co.th
Email: contact.tsd@set.or.th

นายทะเบียนผู้ถือหุ้นกู้ บมจ.ทางด่วนกรุงเทพ
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
ฝ่ายบริการธุรกิจหลักทรัพย์
1 ซอยกสิกรไทย ถนนราษฎร์บูรณะ กรุงเทพ 10140
โทรศัพท์ : 02-470-1987 (อัตโนมัติ)
Website: http://www.kasikornbank.com

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
แผนกนักลงทุนสัมพันธ์
บมจ.ทางด่วนกรุงเทพ
โทร. 02- 641-4611 ต่อ 530 หรือ 532
Email: ir@becl.co.th