 |
1. อยากทราบจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ว่ามีเท่าไหร่ |
 |
ท่านสามารถตรวจสอบการถือหุ้นได้ 2 วิธี คือ
- กรณีที่ท่านมีบัญชีซื้อขายหุ้นกับบริษัทหลักทรัพย์ (Scriptless) ท่านสามารถตรวจสอบจำนวนหุ้นได้กับบริษัทหลักทรัพย์นั้น ๆ
- กรณีที่มีใบหุ้น ท่านสามารถตรวจสอบจำนวนหุ้นได้กับนายทะเบียนของบริษัท คือ บจก.ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯ (TSD) ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ หรือ โทร. 02-229-2888
 |
 |
2. ต้องการโอนหุ้นจะต้องทำอย่างไร |
 |
หากท่านต้องการจดทะเบียนโอนหุ้นให้กับผู้อื่น ท่านสามารถยื่นคำขอโอนหุ้นได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ที่ท่านเป็นลูกค้าอยู่หรือยื่นที่นายทะเบียนของบริษัท พร้อมแนบเอกสารดังต่อไปนี้
- แบบคำขอลงทะเบียนรับโอนหุ้นที่ นายทะเบียนของบริษัท (TSD) กำหนด
- ใบหุ้นที่ต้องการโอน ซึ่งผู้โอนและผู้รับโอนได้ลงนามด้านหลังใบหุ้น
- เอกสารประกอบเพิ่มเติมตามแต่กรณี(โปรดดูเรื่องเอกสารประกอบที่ใช้ในการติดต่อ TSD)
โดย
- ผู้โอนหลักทรัพย์ลงนามสลักหลังใบหลักทรัพย์ในช่องผู้โอน
- ผู้รับโอนหลักทรัพย์ลงนามสลักหลังใบหลักทรัพย์ในช่องผู้รับโอน
- ผู้รับโอนหลักทรัพย์ดำเนินการกรอกแบบฟอร์มการขอลงทะเบียนรับโอนหลักทรัพย์ พร้อมแนบใบหลักทรัพย์ที่มีการสลักหลังลงนามทั้งผู้โอนและผู้รับโอน และแนบเอกสารสำเนาบัตรประชาชนของ ผู้โอนและผู้รับโอนพร้อมลงนามรับรองความถูกต้องโดยเจ้าของบัตร
 |
 |
3. ผู้โอนหรือผู้รับโอนต้องมาดำเนินการเองหรือไม่ / การมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนต้องทำอย่างไร |
 |
ผู้โอนหรือผู้รับโอนไม่จำเป็นต้องมาดำเนินการเอง อาจมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาแทนได้ โดยผู้รับมอบอำนาจต้องเตรียม เอกสารมาดังนี้
- หนังสือมอบอำนาจ ที่ระบุความรับผิดชอบที่ต้องการมอบอำนาจ และมีอายุไม่เกิน 1 ปีจนถึงวันที่ยื่นเอกสาร
- หากยื่นสำเนาหนังสือมอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจต้องลงนามรับรอง พร้อมจัดทำหนังสือรับรองความเสียหาย ตามแบบที่ นายทะเบียนของบริษัท (TSD) กำหนด
 |
 |
4. เช็คเงินปันผล หรือ ใบหุ้นหายจะต้องทำอย่างไร |
 |
ติดต่อ นายทะเบียนของบริษัท เพื่อขอรายละเอียดของเช็คเงินปันผลหรือใบหุ้นฉบับที่สูญหาย และนำรายละเอียด ดังกล่าวนั้นไปแจ้งความ พร้อมนำใบแจ้งความมาติดต่อขอออกเช็คเงินปันผล/หรือใบหุ้นฉบับใหม่ เพื่อจัดทำแบบคำขอออกใบหลักทรัพย์ใหม่แทนใบหลักทรัพย์ที่สูญหาย และยื่นหลักฐาน ณ เคาน์เตอร์ TSD พร้อมแนบเอกสารดังต่อไปนี้
- แบบคำขอออกเช็คเงินปันผลหรือใบหุ้นฉบับใหม่แทนฉบับที่สูญหาย
- บันทึกแจ้งความของสถานีตำรวจ ระบุชื่อผู้ถือหุ้น เลขที่ใบหุ้น และจำนวนหุ้น ซึ่งรายละเอียด ดังกล่าวสามารถสอบถามได้ที่ บจก.ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ โทร. 02-229-2888
- เอกสารประกอบเพิ่มเติมตามแต่กรณี พร้อมลงนามรับรองความถูกต้อง (โปรดดูเรื่องเอกสารประกอบที่ใช้ในการติดต่อ TSD)
 |
 |
5. ขอแก้ไขเช็คเงินปันผลได้อย่างไร |
 |
ท่านสามารถแจ้งขอแก้ไขเช็คเงินปันผล/ดอกเบี้ย ต่อนายทะเบียนของบริษัท (TSD) ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ หรือ โทร. 02-229-2888 โดยยื่นหลักฐานเอกสารดังนี้
- หนังสือแจ้งขอแก้ไขเช็คเงินปันผล/ดอกเบี้ย
- เช็คเงินปันผล/ดอกเบี้ยฉบับเดิม
- คำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก (กรณีสั่งจ่ายผู้จัดการมรดก)
- เอกสารประกอบเพิ่มเติมตามแต่กรณี (โปรดดูเรื่องเอกสารประกอบที่ใช้ในการติดต่อ TSD)
 |
 |
6. ใบหุ้นที่มีอยู่ชำรุด จะทำอย่างไร |
 |
ในกรณีที่ใบหุ้นที่มีอยู่เกิดการชำรุดหรือลบเลือนในสาระสำคัญ (คงเหลือสาระสำคัญในใบหุ้นสำหรับการตรวจสอบ 50%) ท่านสามารถขอออกใบหุ้นใหม่แทนใบหุ้นเดิมที่ชำรุด โดยยื่นหลักฐานดังนี้
- แบบคำขอออกใบหุ้นใหม่แทนใบหุ้นเดิมที่ชำรุด
- ใบหุ้นที่ชำรุด
- เอกสารประกอบเพิ่มเติมตามแต่กรณี (โปรดดูเรื่องเอกสารประกอบที่ใช้ในการติดต่อ TSD)
 |
 |
7. ติดต่อรับเอกสารตีคืน (เช็คเงินปันผลหรือใบหุ้นที่จัดส่งทางไปรษณีย์) ได้อย่างไร |
 |
ท่านสามารถตรวจสอบเอกสารตีคืนกับเจ้าหน้าที่ TSD หากตรวจสอบพบว่า มีใบหุ้นหรือเช็คตีคืนกลับไปยัง นายทะเบียนของบริษัท (TSD) ท่านสามารถติดต่อขอรับได้ ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ หรือ โทร. 02-229-2888 โดยมีวิธีการดังนี้
- ติดต่อด้วยตัวเองที่ TSD
- มอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปดำเนินการแทน
- ส่งเป็นหนังสือทางไปรษณีย์
ทั้งนี้ ต้องแนบเอกสารประกอบตามที่ระบุไว้ในหัวข้อเอกสารประกอบที่ใช้ในการติดต่อ TSD
|
 |
8. แก้ไขข้อมูลผู้ถือหุ้น (เช่น ชื่อ-สกุล / ที่อยู่) ทำอย่างไร |
 |
ผู้ถือหุ้นประสงค์ขอแก้ไขข้อมูลผู้ถือหุ้น ได้แก่ คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล สัญชาติ และที่อยู่ สามารถยื่นแบบคำขอแก้ไข ข้อมูลผู้ถือหุ้น พร้อมแนบเอกสารประกอบตามที่ระบุไว้ในหัวข้อเอกสารประกอบที่ใช้ในการติดต่อ นายทะเบียนของบริษัท (TSD) ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ หรือ โทร. 02-229-2888 โดยสามารถ ติดต่อด้วยตัวเองที่ TSD ในวันและเวลาทำการ หรือส่งหนังสือทางไปรษณีย์แจ้งความจำนงในการแก้ไขข้อมูลพร้อมเอกสารประกอบตามที่ TSD กำหนดมายัง TSD ในกรณีที่ขอแก้ไขคำนำหน้าชื่อ ชื่อ และชื่อสกุลของผู้ถือหุ้นที่ถือใบหุ้น ผู้ถือหุ้นจะต้องนำใบหุ้นฉบับจริงมายื่นเพื่อออกใบหุ้นฉบับใหม่ด้วย
หมายเหตุ
- ในกรณีที่เป็นเจ้าของหุ้นที่ฝากกับ TSD โดยผ่านบริษัทหลักทรัพย์นั้น สามารถแจ้งแก้ไขข้อมูลกับบริษัทหลักทรัพย์ได้โดยตรง
- การแก้ไขข้อมูลจะมีผล เมื่อนายทะเบียนได้รับหนังสือไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ ก่อนวันปิดสมุดทะเบียน
- ที่อยู่ของผู้ถือหุ้นควรเป็นที่อยู่ที่สะดวกต่อการรับเอกสารโดยวิธีไปรษณีย์ลงทะเบียน และมิให้ระบุที่อยู่เป็นตู้ไปรษณีย์
 |
 |
9. หากผู้ถือหุ้นเสียชีวิตจะต้องทำอย่างไร |
 |
ก่อนอื่น ทายาทจะต้องยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อจัดตั้งผู้จัดการมรดก เมื่อศาลมีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้วให้ยื่นหลักฐานต่อนายทะเบียนของบริษัท (TSD) ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ หรือ โทร. 02-229-2888 ดังนี้
- แบบขอจัดการหลักทรัพย์มรดก
- สำเนาคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก พร้อมลงนามรับรองความถูกต้องโดยผู้จัดการมรดกทุกหน้า
- สำเนาใบมรณะบัตร ผู้จัดการมรดกลงนามรับรองความถูกต้อง
- สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้จัดการมรดก พร้อมลงนามรับรองความถูกต้อง
- สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับโอน พร้อมลงนามรับรองความถูกต้องโดย เจ้าของบัตร
- สำเนาบัตรประชาชนของพยานจำนวน 2 ท่าน พร้อมลงนามรับรองความถูกต้องโดยเจ้าของบัตร
- ใบหุ้นฉบับจริง โดยผู้จัดการมรดกลงนามในช่องผู้โอน และผู้รับโอนลงนามในช่องผู้รับโอน และจัดส่งเอกสารดังกล่าวไปต่อนายทะเบียนของบริษัท (TSD) ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
|
 |
10. ถ้าต้องการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร ภายหลังการสมัครบริการ e-dividend ต้องทำอย่างไร |
 |
สามารถยื่นแบบคำขอนำเงินปันผลเข้าบัญชีธนาคารพร้อมแนบเอกสารประกอบที่ TSD กำหนด พร้อมสำเนาสมุดบัญชีที่ต้องการ ได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ที่ท่านใช้บริการ หรือ ยื่นเอกสารที่เคาท์เตอร์บริการ TSD หรือ ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนมายัง TSD ได้ตามที่อยู่ด้านล่างนี้
 |
 |
11. ในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี |
 |
11.1 กรณีเงินได้จากเงินปันผล
สำหรับผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดาและมีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทยเมื่อได้รับเงินปันผล BECLจะหักภาษี ณที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10 ผู้ถือหุ้น
มีสิทธิเลือกที่จะนำเงินปันผลนั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีปลายปี
หรือไม่ก็ได้ ซึ่งหากเลือกที่จะนำเงินปันผล
นั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ปลายปี ผู้ถือหุ้นจะได้รับเครดิตภาษีเงินปันผลตามระเบียบของกรมสรรพากร
สำหรับรอบปี 2551 - 2553 BECL เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ในอัตราร้อยละ 25 สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่ไม่เกิน 300 ล้านบาท และอัตราร้อยละ 30
สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่เกิน 300 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 475 ดังนั้น ผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดา
จะสามารถเครดิตภาษีเงินปันผล โดยคำนวณได้ดังนี้
เครดิตภาษีเงินปันผล =
เงินปันผลที่ได้รับจากกำไรสุทธิที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 25 x (25 / (100-25))
บวก
เงินปันผลที่ได้รับจากกำไรสุทธิที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 30 x (30 / (100-30))
ทั้งนี้การเครดิตภาษีจะต้องนำเงินปันผลที่คำนวณได้บวกกลับเข้าเป็นเงินได้พึงประเมินในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และเมื่อได้จำนวนภาษีที่ต้องชำระแล้ว ให้นำเครดิตภาษี เงินปันผลและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายมาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ดังกล่าวข้างต้น จะได้เป็นภาษีที่ต้องชำระสุทธิประจำปีเพื่อนำส่งกรมสรรพากรต่อไป แต่หากภาษีที่ต้องชำระ มีจำนวนน้อยกว่าเครดิตภาษีเงินปันผลและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ผู้ถือหุ้นจะได้รับประโยชน์จากการขอคืนภาษี
ตัวอย่างเช่น
| ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผล จากกำไรสุทธิ ประจำปี 2551 = 15,000 บาท |
(1) |
| มีภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย 10% |
= 15,000 x 10% = 1,500 บาท |
(2) |
| เงินปันผลที่ได้รับสุทธิ |
= (1) (2) = 13,500 บาท |
(3) |
| เงินปันผลจากกำไรสุทธิ ประจำปี 2551 |
| ประกอบด้วย |
| เงินปันผลจากกำไรสุทธิที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 25 = 2,400 บาท |
|
| เงินปันผลจากกำไรสุทธิที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 30 = 12,600 บาท |
|
| ขอเครดิตภาษีเงินปันผลได้ดังนี้ |
|
| จากกำไรที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 25 |
= 2,400 x 25/75 = 800 บาท |
| จากกำไรที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 30 |
= 12,600 x 30/70 = 5,400 บาท |
| รวมเครดิตภาษี |
= 800+5,400 = 6,200 บาท |
(4) |
| กรณีผู้ถือหุ้นมีรายได้พึงประเมินประเภทอื่นหลังหักลดหย่อนแล้ว = 491,000 บาท |
(5) |
| และมีภาษีหัก ณ ที่จ่ายระหว่างปี |
= 36,000 บาท |
(6) |
| ดังนั้นผู้ถือหุ้นจะมีเงินได้ก่อนภาษีทั้งสิ้น |
= (1) + (4) + (5)= 512,200 บาท |
(7) |
| คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา |
|
| เงินได้สุทธิ 1 - 150,000 บาท |
ได้รับยกเว้นภาษี |
| เงินได้สุทธิ 150,001 - 500,000 บาท |
เสียภาษี = 350,000 x 10% = 35,000 บาท |
|
| เงินได้สุทธิ 500,001 -1,000,000 บาท |
เสียภาษี = 12,200 x 20% = 2,440 บาท |
| ภาษีพึงประเมิน |
= 35,000 + 2,440 = 37,440 บาท |
(8) |
| ภาษีที่ถูกหักไว้ก่อนหน้า |
= (2) + (4) + (6)= 43,700 บาท |
(9) |
| ชำระภาษีไว้เกิน |
= (9) - (8) = 6,260 บาท |
(10) |
| คิดเป็น เงินปันผลที่ได้รับจริง |
= (3) + (10) = 19,760 บาท |
|
11.2 กรณีเงินได้จากดอกเบี้ยรับจากการลงทุนในหุ้นกู้
ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นกู้เป็นผู้ลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดาและมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ดอกเบี้ยที่ผู้ลงทุนได้รับจากการลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 อย่างไรก็ตามผู้ลงทุนมีสิทธิเลือกที่จะเสียภาษีในอัตราที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายดังกล่าวข้างต้น โดย
11.2.1 ไม่ต้องนำดอกเบี้ยรับจากการลงทุนในหุ้นกู้ที่ได้รับไปรวมกับเงินได้อื่น เพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซึ่งมีอัตราภาษีระหว่างร้อยละ 10 37 (สำหรับเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป) หรือ
11.2.2 เลือกที่จะนำดอกเบี้ยรับจากการลงทุนในหุ้นกู้ดังกล่าวไปรวมกับเงินได้อื่น แล้วคำนวณภาษี (เช่นเดียวกับดอกเบี้ยรับจากการฝากเงินที่ธนาคาร) ผู้ลงทุนสามารถนำภาษีหัก ณ ที่จ่ายข้างต้นมาเป็นเครดิตภาษีได้ โดยนำภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายดังกล่าวมาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ จึงจะได้ภาษีที่ต้องชำระสุทธิประจำปีเพื่อนำส่งกรมสรรพากรต่อไป
|
 |
12. การขอแก้ไข / เปลี่ยนแปลงข้อมูลการถือหุ้นกู้ |
 |
12.1 การแก้ไขข้อมูลในทะเบียน กรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา
1. การแก้ไขคำนำหน้าชื่อ / ชื่อ / นามสกุล ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอดังต่อไปนี้
1.1 แบบคำขอแก้ไขข้อมูลในทะเบียนหลักทรัพย์
1.2 ใบหลักทรัพย์ฉบับเดิม หรือ สมุดบัญชีแสดงสิทธิในหน่วยลงทุนเล่มเดิม และเล่มใหม่
(กรณีที่เป็นหน่วยลงทุนกองทุนเปิด)
1.3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ ใบต่างด้าว หรือหนังสือเดินทางของผู้ถือ
หลักทรัพย์ที่เปลี่ยนคำนำหน้าที่ชื่อ / ชื่อ / นามสกุล
- สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ / ชื่อ / นามสกุลที่ทางราชการออกให้ทะเบียนสมรสหรือใบสำคัญการหย่า และสำเนาทะเบียนบ้านที่ปรากฏรายการแก้ไข
- การแก้ไขที่อยู่ / สถานที่ติดต่อ ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอ ดังต่อไปนี้
2.1 แบบคำขอแก้ไขข้อมูลในทะเบียนหลักทรัพย์
2.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ ใบต่างด้าว หรือหนังสือเดินทาง และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ถือหลักทรัพย์ที่เปลี่ยนที่อยู่
กรณีที่เป็นนิติบุคคล
1. การแก้ไขชื่อนิติบุคคล ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอดังต่อไปนี้
1.1 แบบคำขอแก้ไขข้อมูลในทะเบียนหลักทรัพย์
1.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือใบต่างด้าว หรือหนังสือเดินทางของผู้ลงลายมือชื่อผูกพันนิติบุคคล ในแบบคำขอแก้ไขรายการในทะเบียนหลักทรัพย์
- สำเนาหนังสือรับรองหรือหลักฐานการแก้ไขข้อมูลของนิติบุคคลที่ทางราชการ ออกให้ และรับรองความถูกต้องโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ
12.2 การขอออกใบหลักทรัพย์ใหม่ในกรณีที่ชำรุด สูญหาย การขอออกใบหลักทรัพย์ใหม่
กรณีที่ใบหลักทรัพย์สูญหาย หรือถูกทำลาย ได้แก่ ใบหุ้นกู้ พันธบัตร และกองทุนรวม ที่แต่งตั้งให้ธนาคารเป็นนายทะเบียนต้องยื่นเอกสารประกอบคำขอ ดังต่อไปนี้
1. หนังสือขอออกใบหลักทรัพย์ใหม่ แทนใบหลักทรัพย์ที่สูญหาย
2. หลักฐานแสดงการแจ้งความต่อเจ้าพนักงานสอบสวนตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญาซึ่งมีรายละเอียดของชื่อหลักทรัพย์ ชื่อผู้ถือหลักทรัพย์เลขที่ใบหลักทรัพย์ และจำนวนหลักทรัพย์
12.3 การจดแจ้งจำนำ และการเพิกถอนการจดแจ้งจำนำ
การจดแจ้งจำนำหลักทรัพย์ ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอ ดังต่อไปนี้
1. หนังสือขอให้จดแจ้งการจำนำหลักทรัพย์ จำนวน 2 ชุด
2. สำเนาภาพถ่ายใบหลักทรัพย์ที่จะจดแจ้งจำนำ หรือ สมุดบัญชีแสดงสิทธิในหน่วยลงทุน
การเพิกถอนจดแจ้งจำนำหลักทรัพย์ ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอ ดังต่อไปนี้
1. หนังสือเพิกถอนการจดแจ้งจำนำหลักทรัพย์ จำนวน 2 ชุด
2. สำเนาภาพถ่ายใบหลักทรัพย์ที่จะจดแจ้งจำนำ
12.4 การขอแยกใบหลักทรัพย์
ต้องยื่นเอกสารประกอบคำขอ ดังต่อไปนี้
1. แบบคำขอแยกใบหลักทรัพย์
2. ใบหลักทรัพย์ ที่จะดำเนินการแยก
12.5 การโอนหลักทรัพย์
1. การโอนหลักทรัพย์ปกติ
ผู้โอนหลักทรัพย์ จะต้องลงลายมือชื่อสลักหลังหลักทรัพย์ ในช่อง ลงลายมือชื่อผู้โอน พร้อมตราประทับ (ถ้ามี)
ผู้รับโอนหลักทรัพย์ ผู้รับโอนหลักทรัพย์จะต้องลงลายมือชื่อสลักหลังใบหลักทรัพย์ในช่อง ลงลายมือชื่อ ผู้รับโอน และใน แบบคำขอลงทะเบียนรับโอนหลักทรัพย์ พร้อมตราประทับ (ถ้ามี)
กรณีมีผู้รับโอนหลายราย ผู้โอนหลักทรัพย์ จะต้องลงลายมือชื่อสลักหลังใบหลักทรัพย์ ในช่องลงลายมือชื่อผู้โอน 1 รายต่อ 1 ช่อง พร้อมตราประทับ (ถ้ามี) ตามจำนวนผู้รับโอนหลักทรัพย์ ผู้รับโอนหลักทรัพย์แต่ละรายจะต้องลงลายมือชื่อสลักหลังใบหลักทรัพย์ ในช่อง ลงลายมือชื่อผู้รับโอน โดยลงลายมือชื่อผู้รับโอนหลักทรัพย์ 1 รายต่อ 1 ช่อง พร้อมตราประทับ (ถ้ามี) และใน แบบคำขอลงทะเบียนรับโอนหลักทรัพย์ โดยแยกเป็น 1 รายต่อ 1 ฉบับ พร้อมตราประทับถ้ามี
การโอนหลักทรัพย์ทั่วไป
1.1 แบบคำขอลงทะเบียนรับโอนหลักทรัพย์
1.2 ใบหลักทรัพย์ของหลักทรัพย์ที่โอน
2. การโอนหลักทรัพย์ทางมรดก
ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอ ดังต่อไปนี้
1. แบบคำขอลงทะเบียนรับโอนหลักทรัพย์ ซึ่งกรอกรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญ และลงลายมือชื่อผู้รับโอน
2. ใบหลักทรัพย์ของหลักทรัพย์ที่จะดำเนินการโอนมรดกโดยผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลลงลายมือชื่อสลักหลังใบสำคัญในฐานะผู้โอนในช่อง ผู้โอน และผู้รับโอนลงลายมือชื่อสลักหลังใบสำคัญในช่อง ผู้รับโอน ซึ่งถ้าหากผู้จัดการมรดกและผู้รับโอนเป็นบุคคลคนเดียวกันให้ลงลายมือชื่อทั้งสองช่องให้ครบถ้วน
3. สำเนาคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก หรือคำสั่งศาลจัดการมรดก หรือคำสั่งศาลให้เป็นคนสาบสูญซึ่งรับรองสำเนาถูกต้องโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ
การโอนหลักทรัพย์โดยคำสั่งศาล
ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอดังต่อไปนี้
1. แบบคำขอลงทะเบียนรับโอนหลักทรัพย์ ซึ่งกรอกรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญ และลงลายมือชื่อของผู้รับโอน
2. ใบหลักทรัพย์ที่จะดำเนินการโอนโดยคำสั่งศาล
3. สำเนาคำพิพากษา หรือหนังสือคำบังคับของศาลที่ถือว่าเอาคำพิพากษา หรือคำบังคับแทนการแสดงเจตนาการโอนหลักทรัพย์ของผู้โอน ซึ่งรับรองความถูกต้องโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ
การโอนหลักทรัพย์ในกรณีขายทอดตลาด
ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอแยกเป็น 2 กรณีดังต่อไปนี้
1. กรณีที่เป็นการขาดทอดตลาดจากการบังคับจำนำ
1.1 แบบคำขอลงทะเบียนรับโอนหลักทรัพย์ ซึ่งกรอกรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญและลงลายมือชื่อของผู้รับโอน
1.2 ใบหลักทรัพย์ที่จะดำเนินการโอน เว้นแต่การบังคับจำนำกับหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับ บจก.ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ไม่ต้องยื่นใบหลักทรัพย์เป็นเอกสารประกอบคำขอ
1.3 หนังสือบอกกล่าวการบังคับจำนำ
1.4 หนังสือรับรองการขายทอดตลาด
2. กรณีที่เป็นการขายทอดตลาดโดยเจ้าพนักงานตามกฎหมาย
2.1 แบบคำขอลงทะเบียนรับโอนหลักทรัพย์ ซึ่งกรอกรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญและลงลายมือชื่อของผู้รับโอน
2.2 ใบหลักทรัพย์ที่จะดำเนินการโอน เว้นแต่การบังคับจำนำกับหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับ บจก.ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ไม่ต้องยื่นใบหลักทรัพย์เป็นเอกสารประกอบคำขอ
2.3 หนังสือรับรองการขายทอดตลาดจากเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายในการดำเนินการขายทอดตลาด
12.6 แบบฟอร์มคำขอต่าง ๆ สำหรับผู้ถือหุ้นกู้
เอกสารประกอบที่ใช้ในการติดต่อ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD)
- แบบฟอร์มคำขอต่างๆ สำหรับผู้ถือหลักทรัพย์ (TSD)
บุคคลธรรมดา
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ
- หากใช้สำเนาบัตรอื่น ให้ยื่นพร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน
- หากท่านได้เปลี่ยนชื่อ - สกุล ให้ยื่นหลักฐานประกอบเพิ่มเติม
- สำเนาหน้าสมุดบัญชี ที่ปรากฏชื่อเจ้าของบัญชีเดียวกับชื่อผู้จองซื้อ (สำหรับการรับดอกเบี้ยและเงินต้น)
บุคคลต่างด้าว
- สำเนาใบต่างด้าวหรือหนังสือเดินทางของผู้ถือหุ้น
นิติบุคคล
- สำเนาหนังสือรับรองที่ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ไม่เกิน 1 ปี และ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง ของผู้มีอำนาจลงนามของนิติบุคคล และตัวอย่างลายมือชื่อของผู้มีอำนาจลงนาม
นิติบุคคลต่างด้าว
- สำเนาหลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคล และตัวอย่างลายมือชื่อของผู้มีอำนาจลงนาม โดยมี Notary Public ที่สถานทูต หรือกงสุลไทยในประเทศที่นิติบุคคลนั้นตั้งอยู่รับรองไม่เกิน 1 ปี จนถึงวันยื่นเอกสาร
- สำเนาหนังสือเดินทาง หรือ หนังสือสำคัญแสดงตัวบุคคลของผู้มีอำนาจลงนาม
ผู้เยาว์
- กรณีรับโอนหุ้น ผู้เยาว์ที่มีอายุ 15 ปี ขึ้นไป สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองโดยแนบสำเนาบัตรประชาชน
- กรณีเป็นผู้โอนหุ้น ผู้เยาว์ที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี ให้ผู้ปกครอง (บิดาและมารดา) หรือผู้แทนโดยชอบธรรมเป็นผู้ลงนาม โดยแนบเอกสาร ดังนี้
2.1 สำเนาใบสูติบัตรหรือทะเบียนบ้านที่ปรากฏชื่อผู้เยาว์อาศัยอยู่
2.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบิดาและมารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์
นายทะเบียนผู้ถือหุ้น บมจ.ทางด่วนกรุงเทพ
บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD)
62 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ถนนรัชดาภิเษก เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์ : 02-229-2800
โทรสาร : 02-359-1259
Call center: 02-229-2888
Website: http://www.tsd.co.th
Email: contact.tsd@set.or.th

นายทะเบียนผู้ถือหุ้นกู้ บมจ.ทางด่วนกรุงเทพ
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
ฝ่ายบริการธุรกิจหลักทรัพย์
1 ซอยกสิกรไทย ถนนราษฎร์บูรณะ กรุงเทพ 10140
โทรศัพท์ : 02-470-1987 (อัตโนมัติ)
Website: http://www.kasikornbank.com

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
แผนกนักลงทุนสัมพันธ์
บมจ.ทางด่วนกรุงเทพ
โทร. 02- 641-4611 ต่อ 530 หรือ 532
Email: ir@becl.co.th |